พื้นฐาน “เทิร์นเทเบิ้ลและเครื่องเล่นแผ่นเสียง”

“แผ่นเสียงไม่เคยตายไปจากเรา” การกลับมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น (อีกครั้ง) ของเทิร์นเทเบิ้ลและแผ่นเสียงในช่วงนี้หลายปีมานี้น่าจะเป็นการตอกย้ำว่าคำพูดข้างต้นไม่ใช่คำกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยแต่อย่างใด เสน่ห์ของเทิร์นเทเบิ้ลและแผ่นเสียงนั้นอาจจะพูดถึงได้ในหลายแง่มุม แต่ในมุมมองของผมในฐานะคนที่ชอบเครื่องเสียงและมีพื้นฐานความรู้ทางด้านวิศวกรรมควบคู่กันผมมองว่าเสน่ห์ที่น่าสนใจที่สุดของมันคือ “ความซับซ้อนที่แฝงตัวอยู่ในความเรียบง่าย” ลองดูคลิปแสดงการทำงานของปลายหัวเข็มในร่องเสียงของแผ่นเสียง (4:25) ด้านล่างนี้สิครับ การทำหน้าที่ของเทิร์นเทเบิ้ลและแผ่นเสียงเพื่อ playback เอาเสียงเพลงกลับออกมาจากแผ่นจานกลมสีดำ ๆ นั้นเป็นความเรียบง่ายที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เมื่อแผ่นเสียงสีดำ ๆ (สีอื่นก็มีแต่ไม่นิยมเท่าสีดำ) กำลังหมุนอย่างสม่ำเสมออยู่บนเทิร์นเทเบิ้ลตามรอบหมุนที่ได้ถูกกำหนดเอาไว้ ร่องเสียงขนาดเล็กจิ๋วมาก ๆ (จนต้องส่องด้วยกล้องขยายกำลังสูง) บนแผ่นก็ทำหน้าที่นำพาปลายเข็มของหัวเข็มที่วิ่งอยู่ในร่องเสียงให้ขยับเคลื่อนไหวไปมาตามความขรุขระคดเคี้ยว ทุก ๆ การขยับของปลายหัวเข็มจะถูกกลไกภายในหัวเข็มตีความเป็นค่าทางไฟฟ้า (signal) ก่อนจะส่งออกไปทางสายไฟเส้นเล็กจิ๋วผ่านโทนอาร์มหรือแขนยึดหัวเข็มซึ่งทำหน้าที่คอยประคองหัวเข็มอยู่ ออกไปสู่ภาคขยายสัญญาณจากหัวเข็ม (phono preamplifier), ภาคขยายเสียง (amplifier) และลำโพง (loudspeaker) ต่อไปตามลำดับ Basic Turntable Anatomyส่วนประกอบของเทิร์นเทเบิ้ลหรือที่เรียกแบบรวม ๆ ว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้นที่จริงแล้วมันมีองค์ประกอบที่เรียบง่ายมากอย่างที่ได้เรียนไว้ข้างต้น แต่การทำให้องค์ประกอบแต่ละส่วนที่ว่านี้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดนั้นคือที่มาของความแตกต่างในคุณภาพของเทิร์นเทเบิ้ลแต่ละรุ่น และนั่นคือที่มาของความแตกต่างในคุณภาพและระดับราคานั่นเอง ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่าครับว่าองค์ประกอบพื้นฐานแต่ละส่วนทำหน้าที่ของมันอย่างไร 1. แท่นเครื่องและตัวถัง (plinth and chassis)ในเทิร์นเทเบิ้ลเครื่องหนึ่งอาจจะมีทั้งแท่นเครื่องและตัวถังเป็นส่วนประกอบ หรือจะมีเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วแต่การออกแบบ…

Continue reading

วิวัฒนาการเครื่องเล่นแผ่นเสียงและแผ่นเสียง โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

กว่าที่เราจะได้ฟังเพลงจากชุดเครื่องเสียงสเตอริโอราคาแพง จากเครื่องเล่นซีดี จากเครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือแม้แต่เครื่องเล่น MP 3 อย่างทุกวันนี้ ทราบไหมว่ามันใช้เวลาพัฒนานานและต้องใช้มันสมองขนาดไหนกว่าเราจะได้ฟังอย่างมีความสุขเช่นนี้ เครื่องเล่นถูกคิดค้นขึ้นมาก่อนตั้งแต่ปี 1857 แล้วถูกพัฒนามาเรื่อยๆจนเป็นเครื่องเล่นแบบไขลานที่เรียกว่า แกรโมโฟน ในปี 1896 ที่ใช้เล่นกับแผ่นครั่งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ซึ่งทั้งหนัก แข็งและแตกหักง่าย แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้ฟังเพลงได้ หลักการง่ายๆ ของแผ่นเสียง  และเครื่องเล่นก็คือ แผ่นเสียงมีร่องขนาดเล็กจิ๋วเป็นจำนวนมาก ในร่องเหล่านี้มีปุ่มขรุขระมากมายเพื่อให้เข็มจากเครื่องเล่นแผ่นวิ่งผ่าน เข็มเปรียบเสมือนตัวรับแรงสั่นสะเทือนเวลาวิ่งไปสัมผัสกับปุ่มในร่องจนเกิดเป็นคลื่นเสียงส่งผ่านลำโพงที่มีลักษณ์คล้ายปากแตรออกมา ซึ่งถ้าฟังในสมัยนี้ เสียงค่อนข้างทุ้มต่ำ ไร้มิติ เป็นแบบโมโนที่ฟังแล้วอุดอู้ แต่มันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของยุคนั้น อีกทั้งเล่นด้วยสปีด 78 RPM (รอบต่อนาที) ซึ่งเร็วมาก เวลาลานไขไว้ใกล้หมด เสียงเพลงก็จะค่อยๆ อืดลงเหมือนเทปยืด เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เป็นต้นกำเนิดหรือบรรพบุรุษของเครื่องเล่นในปัจจุบันถูกผลิตขึ้นในปี 1930 ปีเดียวกับที่แผ่นเสียงที่ผลิตด้วยพลาสติกไวนิลที่ยืดหยุ่นได้เล็กน้อย น้ำหนักเบา และกระด้างน้อยกว่าแผ่นครั่งได้ถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบของแผ่นลองเพลย์ (จะเรียก LP หรือแผ่นอัลบัมก็ได้) เส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้ว…

Continue reading